forget password Want to register

รายการ

 

สินค้าขายดี

ทรงเศรษฐี

ราคา 750-3,500

ทรงสตาร์

ราคา 650-2,800

 

 

ประวัติเครื่องเบญจรงค์

เครื่องถ้วยเบญจรงค์จะเกิดขึ้นไรนั้นไม่มีหลังฐานเอกสาร ยืนยันแต่สันนิษฐานจากที่มีการขุดพบในพระนครศรีอยุธยา และจากลักษณะของลวดลายและสีเปรียบเทียบกับเครื่อง ถ้วยจีนและบางชิ้นที่มีเครื่องหมายบอกรัชกาลเชื่อว่าจะมีการ สั่งทำเครื่องถ้วยเบญจรงค์จากประเทศจีนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ยุคที่ ๓ หลังราวยุคพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ.๒๑๗๓-พ.ศ.๒๑๙๘) สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙-พ.ศ.๒๒๓๑)

ในสมัยอยุธยาโดยทั่วไปนิยมใช้เครื่องถ้วยจีนทั้งลายคราม และลายเขียนสีที่สั่งผลิตและซื้อหาโดยง่ายจากประเทศจีน ซึ่งมีการค้าขายอยู่ในเอเชียอาคเนย์อย่างกว้างขวางเครื่องถ้วย เขียนสีของจีนที่ส่งไปขายนั้นเป็นเครื่องถ้วยเขียนสีบนกระเบื้อง ขาว ส่วนใหญ่เขียนสีไม่ผสมเคลือบ

ส่วนเครื่องถ้วยเบญจรงค์นั้นเป็นเครื่องถ้วยที่ใช้สีมาก ๕ สี ถึง ๘ สี และเขียนสีผสมเคลือบ (enamel)

จึงเชื่อกันว่าไทยสั่งเครื่องถ้วยกระเบื้องขาวจากจีนแล้วช่าง ไทยเขียนลายไทยลงบนเครื่องถ้วยหรือบนกระดาษซึ่งวิธีหลัง นี้เป็นที่นิยมกันมากในยุโรป ส่งกลับไปเผาในประเทศจีน หรือถ้าเป็นของราชสำนักที่ต้องประณีตเป็นพิเศษก็อาจส่งช่าง ไปควบคุม

การที่เขียนสีเคลือบบนเคลือบขาวจึงทำให้เครื่องถ้วยเบญจรงค์ มีสีนูนคล้ายสีลงยาบนกระเบื้องถ้วย ไม่เว้นที่ว่าง เขียนลวดลายเต็มไปหมด

ส่วนเครื่องถ้วยที่เรียกลายน้ำทองนั้นใช้สีเคลือบเขียนบน กระเบื้องเช่นเดียวกับแต่เพิ่มสีทอง โดยเขียนพื้นเป็นสีทอง หรือแต้มสีทองระหว่างสีเบญจรงค์หรืเขียนสีทองตัดเส้น เบญจรงค์แปลว่าห้าสี การใช้สีบนเครื่องถ้วยเบญจรงค์ ส่วนใหญ่จะมีมากตั้งแต่ห้าสีถึงเจ็ดสี

และสีที่ใช้สำหรับเครื่องเบญจรงค์ที่เป็นหลักอยู่ได้แก่ แดง เหลือง ขาว ดำ เขียน หรือน้ำเงิน สีอื่นก็มีใช้เช่น ชมพู ม่วง แสด น้ำตาล เครื่องถ้วยเบญจรงค์ และลายน้ำทอง ผลิตเป็นภาชนะเครื่องใช้หลายประเภทได้แก่ ชาม จาน โถ จานเชิง ช้อน กระโถน กาน้ำ ชุดถ้วยชา และชุดตั้งโต๊ะบูชา

รูปทรงเครื่องถ้วยมีทั้งทรวดทรงแบบจีนและทรงไทย ชามฝาเป็นแบบที่ส่งสำหรับไทยใช้เป็นชุดสำหรับอาหาร โดยเรียงซ้อนเป็นชั้น ๆ จากใหญ่ไปหาเล็กสุด ที่เป็นโถนั้นมีมากมายหลายแบบหลายทรง เช่น โถรูปแตง โถทรงโกศ โถทรงมะเฟือง และโถปริก เป็นต้น

ฝาโถนั้นมีมากมาย เช่น ยอดทรงมัณฑ์ ยอดลูกแก้วกลม และเป็นที่นิยมทำเป็นยอดทองประดับทับทิม

เครื่องถ้วยเบญจรงค์สมัยอยุธยามีชามทรงมะนาวตัดและทรงบัว ลวดลายในสมัยอยุธยาได้แก่ เทพนมสรสิงห์ มีลากนกเป็นเปลวประกอบ เป็นชามที่มีฝีมือประณีต ภายในชามเคลือบเขียวเข้าใจจะเป็นของใช้ในราชสำนัก ส่วนที่ฝีมือไม่ประณีตและมีลักษณะเป็นจีนก็มีเช่น ลายเทพนมจีน (เทวดาท้องพลุ้ย) ซึ่งมีพื้นสีต่าง ๆ เช่น เหลือง ชมพู ม่วงอ่อน

ในสมัยกรุงธนบุรีก็คงจะสั่งเครื่องถ้วยต่าง ๆ จากเมืองจีนสืบต่อจากสมัยอยุธยารวมทั้งเครื่องถ้วยเบญจรงค์ด้วย สันนิษฐานว่าถ้วยชามเบญจรงค์สมัยกรุงธนบุรีคงใช้ลวดลาย และสีอย่างสมัยอยุธยา ส่วนรูปทรงอาจเปลี่ยนเพี้ยนไป เช่น ชามนิยมทรงบัว

ภายในเคลือบขาวหรือเขียวน้ำทะเลไม่มีลวดลาย ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ได้มีวิวัฒนาการสืบต่อจากแบบลวดลายสมัยอยุธยาและธนบุรี ชามสมัยรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่จะเป็นชามทรงบัวปากผาย มีลายที่ปากชามเล็กน้อย มีโถรูปทรงต่าง ๆ มากมาย และลวดลายที่น่าสนใจ เช่น ลายราชสีห์ ครุฑ สิงห์นรสิงห์ กินรี หนุมาร ประกอบลายกนกเปลว

และก้านขดมีการสั่งทำเครื่องถ้วยลายน้ำทอง เช่น ในรัชกาลที่ ๒ ซึ่งเป็นสมัยที่ศิลปกรรมเจริญรุ่งเรือง

สรุป ได้ว่าเครื่องเบญจรงค์ และเครื่องถ้วยลายน้ำทอง เป็นเครื่องถ้วยจีน – ไทย

ด้วยเป็นของจีนผลิตขึ้นตามแบบที่ไทยสั่งทำหรับจำหน่ายแก่ ประเทศไทยโดยเฉพาะลวดลายสีสันแสดงเอกลักษณ์ของไทย จัดเป็นเครื่องถ้วยชั้นสูงที่มีคุณค่าทางประณีตศิลป์

ผู้ที่มีเครื่องถ้วยเบญจรงค์และลายน้ำทองจะเก็บรักษากันเป็น อย่างดีด้วยความรู้สึกชื่นชมว่าเป็นของงามประณีตที่เป็นเอก ลักษณ์ของไทย

และมีคูณค่าในทางประวัติศาสตร์จึงยังมีเก็บรักษาอยู่ทั่วไป ในสถานะสมเอกชน บ้านเอกชน วัด ในราชสำนัก พิพิธภัณฑสถานเอกชนและพิพิธภัณสถานแห่งชาติ